ผลการสำรวจสภาพเศรษกิจโดย Institute of Policy Studies และ Nanyang Technological University มีดังนี้
ในเอเชีย
ฮ่องกง
ไต้หวัน
สิงคโปร์
อาเซียน
สิงคโปร์
มาเลเซีย
ไทย
เวียดนาม
ฟิลิปปินส์
อินโดนีเซีย
เค้าว่าจีนกำลังตามมาติดๆ และสิงคโปร์กำลังเสี่ยงตกอันดับเพราะเรื่องต้นทุนสูงกว่าชาวบ้าน ส่วนเวียดนามก็ไล่แซงมา 4 อย่างรวดเร็ว ไทยระวังดีๆ
รายงานจาก สัปดาห์น้ำโลก ที่ประเทศสวีเดน โดยผู้เขี่ยวชาญกว่า 700 คนจากทั่วโลก ศึกษาข้อมูลทรัพยากร์น้ำและชลประทานย้อนหลังกว่า 50 ปี ระบุว่า คนในโลก 1 ใน 3 อาจประสบปัญหาน้ำขาดแคลนใน 19 ปีข้างหน้า .. มาดูข้อมูล (ปัจจุบัน) น่าสนใจที่เค้าพบ
น้ำจืด 74% ถูกใช้ไปในเกษตรกรรม, 18% ในอุตสาหกรรม และเพียง 8% ในครัวเรือน
น้ำจืด 65% พบอยู่ในดิน ขณะที่เพียง 35% อยู่ในแม่น้ำ, ทะเลสาป, ชั้นบาดาลใต้ดิน
เค้าเลยแนะนำให้พัฒนาวิธีการกักเก็บน้ำจากฝนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และบอกต่อว่าการพัฒนาแหล่งน้ำ และการชลประทานในเขตชนบทที่ยากจน จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และช่วยชีวิต คนกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก ที่ต้องพึ่งพาเกษตรกรรม แต่มีทรัพกรณ์น้ำจำกัด
ในขณะเดียวกัน ในเขตที่มักมีการใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย ควรมีมาตรการให้มีการใช้น้ำอย่างคุ้มค่ามากขึ้น เพื่อลดการใช้ทรัพยากร์ืที่มีจำกัด
อินเดียมีแผนมานานแล้วว่าจะทำการลดภาษีนำเข้ากับกลุ่มอาเซียน ล่าสุดทำข้อเสนอลดภาษีจำนวนสินค้ามากกว่าเดิม รวมทั้งสินค้าเกษตรที่สำคัญของอินเดียอย่าง น้ำมันปาล์มดิบ/กลั่น, ชาดำ และ พริกไท ด้วย
เดิมอินเดียเสนอลดภาษีไว้ 69% ของจำนวนสินค้าในรายการที่อาเซียนขอไป ตอนนี้เพิ่มให้อีก เป็น 94% คือจะลดภาษีให้เกือยหมดที่ขอไป ทางอินเดียว่าลดสุดๆแล้วนะ
ตามแผน ลดภาษีนำเข้ากับอาเซียน อินเดียว่า จะทลายกำแพงภาษีสินค้า 77% ของจำนวนสินค้าในปี 2011, 80% ใน ปี 2015 และ จะลดให้เกลี้ยง ช่วง 2018-2022
โครงการทางรถไฟเชื่อมจีน-สิงคโปร์ ระยะทาง 5,000 กิโลเมตร ที่เค้าว่าจะเชื่อมเศรษฐกิจในอาเซียนเข้ากับจีนอยางแนบแน่น ตอนนี้เงินหมด .. แต่ยังหวังว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2015
เค้าว่าจะประชุมหารือ พฤศจิกายนนี้ เพื่อหาแหล่งเงินใหม่ ทีมงานไม่เปิดเผยยอดของโครงการ แต่แหล่งข่าวสืบมาว่าน่าจะประมาณ เกือบๆ 2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราวๆ 7 หมื่นกว่าล้านบาท